A Road to the Golden Age

ก้าวสู่วัยหมดระดูอย่างมั่นใจ

วัยหมดระดู (menopause) — การเปลี่ยนผ่านที่ต้องการการดูแลที่เหมาะสม

← กลับไปหน้าบทความ

ผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย — วว.สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, วว.เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, ป.ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG.

วัยหมดระดู (menopause) คืออะไร

ปกติจำนวนถุงไข่ในสตรี (ovarian follicles) จะมีจำนวนสูงสุดเมื่ออยู่ในครรภ์มารดาที่อายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ หลังจากนั้นจำนวนจะลดลงเรื่อย ๆ จนพบว่าเหลือประมาณ 1 แสนฟองเมื่อเริ่มมีประจำเดือน โดยจำนวนถุงไข่นี้จะลดน้อยลงมากจนไม่มีการเจริญและตกไข่อีกต่อไป ก็จะทำให้สตรีนั้นเข้าสู่วัยหมดระดู (menopause)

มีการแบ่งระยะของช่วงเวลานี้เป็น 3 ระยะ

ใกล้หมดระดู (perimenopause)

  • เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิง (estrogen) เริ่มมีการแกว่ง ระดับไม่สม่ำเสมอ
  • ประจำเดือนผิดปกติ เช่น ปริมาณมากขึ้น น้อยลง มาบ่อยหรือห่างกว่าเดิม
  • บางคนอาจมีอาการวัยหมดระดู เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน หงุดหงิด ช่องคลอดแห้ง

หมดระดู (menopause)

ขาดประจำเดือนติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน นับจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย (Final Menstrual Period, FMP)

หลังหมดระดู (postmenopause)

ช่วงอายุหลังจากวัยหมดระดู มีปัญหาสุขภาพต่อเนื่องที่เกิดจากการหมดระดู เช่น กระดูกพรุน ช่องคลอดฝ่อลีบ metabolic syndrome เป็นต้น

วัยหมดระดูเกิดเมื่อใด

อายุเฉลี่ยของหญิงไทยที่หมดระดูคือ 51 ปี

โดยอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ได้

  • เข้าวัยหมดระดูก่อนอายุ 40 ปี เรียกว่า premature ovarian insufficiency ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 100 และพบผู้หญิงเข้าวัยหมดระดูก่อนอายุ 30 ปีได้ประมาณ 1 ใน 1,000
  • เข้าวัยหมดระดูหลังอายุ 40 ปีแต่ก่อน 45 ปี เรียกว่าภาวะเข้าวัยหมดระดูไว (early menopause)
  • การถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างก่อนหมดระดู ทำให้เข้าวัยทองทันที เรียกว่าภาวะหมดระดูจากการผ่าตัด (surgical menopause)
  • การรักษาบางอย่าง เช่น เคมีบำบัด หรือฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน ก็ทำให้รังไข่เสื่อมก่อนวัยอันควรได้ เรียกว่าภาวะหมดระดูจากการรักษา (medical menopause)

การวินิจฉัยวัยหมดระดู

  • กรณีอายุ 45 ปีขึ้นไปและมีอาการวัยทอง สามารถให้การวินิจฉัยได้เลยโดยไม่ต้องเจาะเลือด เนื่องจากกลุ่มนี้ระดับฮอร์โมนยังขึ้น ๆ ลง ๆ ได้ ทำให้การวินิจฉัยจากการเจาะเลือดอาจผิดพลาด
  • กรณีอายุน้อยกว่า 45 ปี จำเป็นต้องตรวจฮอร์โมน หากมีอาการวัยหมดระดูและขาดประจำเดือนนานกว่า 4 เดือน โดยต้องตรวจ 2 ครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

อาการวัยหมดระดู

  • ร้อนวูบวาบ
  • เหงื่อออกกลางคืน
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
  • น้ำหนักขึ้น
  • อาการทางช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ
  • อาการมากจนต้องออกจากงาน

ผลของวัยหมดระดูต่อสุขภาพระยะยาว

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease)
  • หลอดเลือดแดงแข็งและ metabolic syndrome — LDL และ FBS สูงขึ้น รอบเอวและความดันโลหิตเพิ่มขึ้น HDL ลดลง
  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
  • อาการทางช่องคลอดและระบบปัสสาวะ (urovaginal symptoms)

ตรวจสุขภาพในวัยหมดระดู

การตรวจความถี่
แมมโมแกรม + อัลตราซาวด์เต้านมทุกปี
ตรวจเซลล์ปากมดลูก (cervical cytology)ทุก 3–5 ปี
ความหนาแน่นมวลกระดูก (BMD)ทุก 3–5 ปี
การทำงานของไต (renal function)ทุก 1–2 ปี
การทำงานของตับ (liver function)ทุก 1–2 ปี
ไขมันในเลือดและน้ำตาลหลังอดอาหาร (lipid profile, FBS)ทุกปี
ฮอร์โมนเพศ (sex hormones)ตามข้อบ่งชี้
วิตามินดี (vitamin D3)ตามข้อบ่งชี้

การรักษาอาการวัยหมดระดู

ปรับพฤติกรรม (lifestyle modifications)

  • สวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ระบายอากาศได้ดี
  • งดคาเฟอีน
  • งดของเผ็ด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานผงชูรส
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ทำจิตใจให้สงบ นั่งสมาธิ

การรักษาด้วยฮอร์โมน (hormonal treatment)

  • รับประทาน
  • แผ่นแปะ
  • ทาผิวหนัง
  • สอดช่องคลอด

การรักษาที่ไม่ใช่ฮอร์โมน (non-hormonal treatment)

  • SSRIs
  • SNRIs
  • Black cohosh (Cimicifuga racemosa)

ตรวจสุขภาพวัยหมดระดู @ LIFE by Dr. Pat

ราคาปกติ 14,000 บาท

  • ตรวจร่างกายและรับคำปรึกษาจากสูตินรีแพทย์
  • ตรวจมวลกระดูก (BMD) ตำแหน่งหลังล่างและสะโพก
  • ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านม
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเชื้อ HPV (ThinPrep + HPV DNA)
  • อัลตราซาวด์อุ้งเชิงกราน
  • ตรวจฮอร์โมน FSH, LH, Estradiol
  • ตรวจระดับ vitamin D3
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • ตรวจ metabolic profile: FBS, cholesterol, TG, LDL, HDL
  • ตรวจการทำงานของไต: BUN, Cr
  • ตรวจการทำงานของตับ (liver function tests)

เอกสารอ้างอิง

  1. Hamoda H, Panay N, Pedder H, Arya R, Savvas M. The British Menopause Society & Women's Health Concern 2020 recommendations on hormone replacement therapy in menopausal women. Post Reprod Health. 2020 Dec;26(4):181-209.
  2. Baber RJ, Panay N, Fenton A; IMS Writing Group. 2016 IMS recommendations on women's midlife health and menopause hormone therapy. Climacteric. 2016 Apr;19(2):109-50.
  3. The 2022 Hormone Therapy Position Statement of The North American Menopause Society Advisory Panel. Menopause. 2022 Jul 1;29(7):767-794.
  4. Chaikittisilpa S, Orprayoon N, Vallibhakara O, Vallibhakara SA, Tanmahasamut P, Somboonporn W, Rattanachaiyanont M, Techatraisak K, Jaisamrarn U. Summary of the 2023 Thai Menopause Society clinical practice guideline on menopausal hormone therapy. J Menopausal Med. 2024 Apr;30(1):24-36.
  5. Kutheerawong L, Vichinsartvichai P. The influence of body fat distribution patterns and body mass index on MENQOL in women living in an urban area. Climacteric. 2016;19(1):66-70.
  6. Tanmahasamut P, Vichinsartvichai P, Rattanachaiyanont M, et al. Cimicifuga racemosa extract for relieving menopausal symptoms: a randomized controlled trial. Climacteric. 2015;18(1):79-85.
  7. Vichinsartvichai P. Primary ovarian insufficiency associated with autosomal abnormalities: from chromosome to genome-wide and beyond. Menopause. 2016;23(7):806-15.
  8. Vichinsartvichai P, Manolertthewan C, Promrungrueng P. Premature ovarian failure with 46,XX,t(1;4)(p34.1;q34): first case report and literature review. Climacteric. 2015;18(4):656-8.
  9. Vichinsartvichai P, Sirirat S. Hematologic parameters as the predictors for metabolic syndrome in perimenopausal and postmenopausal women living in urban area: a preliminary report. Prz Menopauzalny. 2016;15(2):90-5.
  10. Vichinsartvichai P, Teeramara R, Jirasawas T, et al. Comparison of urinary adiponectin in the presence of metabolic syndrome in peri- and postmenopausal women. BMC Womens Health. 2022;22(1):70.
  11. Wattanapol P, Vichinsartvichai P, Sakoonwatanyoo P. Serum adiponectin is a potential biomarker for metabolic syndrome in peri- and postmenopausal women. Gynecol Endocrinol. 2020;36(7):620-25.
  12. Wongapai P, Jirasawas T, Vichinsartvichai P. Thai postmenopausal woman's view in genitourinary syndrome of menopause. Post Reprod Health. 2024;30(3):157-65.