คลินิกมีบุตรง่าย LIFE by Dr. Pat

รู้ทันหมอ IVF ด้วยการประเมิน KPI ของการรักษา

ประเมินผลการรักษาของตัวเองได้ ทีละตัวชี้วัด

← กลับไปหน้าบทความ

ผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย — วว.สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, วว.เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG.

  • IVF
  • ICSI
  • มีลูกยาก
  • อยากมีลูก
  • กระตุ้นไข่
  • KPI
  • competency
  • benchmark

หมอคิดว่าคนไข้ที่เคยทำเด็กหลอดแก้วหลายคนต้องเคยสับสน หรือสงสัยว่ารอบที่เรากระตุ้นไข่ เก็บไข่ไปแล้วเนี่ยเราทำได้ดีแค่ไหน ไข่ตั้งต้นเราน้อยไปไหม ยากระตุ้นตัวนี้โอเคกับเราหรือยัง หมอเก็บไข่เป็นยังไง แลปที่คลินิกของเราโอเคไหม ฯลฯ ใช่ไหมครับ

วันนี้หมอจะมาแนะนำวิธีการเช็กด้วยตัวเองครับ ก่อนอื่นไปค้นเอาผลของรอบที่เคยกระตุ้นมาก่อนเลย มีข้อมูลอะไรเท่าที่มีอยู่เอาออกมาให้หมด แล้วเดี๋ยวหมอจะบอกด้วยว่าเราควรรู้ ควรถาม หรือควรบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง

ผลการรักษาขึ้นอยู่กับ 3 ส่วนที่สำคัญพอ ๆ กัน

  • สูตรยาที่หมอเลือกใช้สำหรับกระตุ้นไข่ ทั้งชนิดยา ขนาดยา และจำนวนวันที่ใช้
  • คุณภาพของไข่และอสุจิของคนไข้ ซึ่งก็เป็นผลจากอายุและการใช้ชีวิต
  • คุณภาพของแลปและความเอาใจใส่ของนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน
รูปภาพที่ 1 — ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความสำเร็จในการรักษามีบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว
รูปภาพที่ 1 — ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความสำเร็จในการรักษามีบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว

มีข้อมูลอะไรที่ต้องรู้บ้าง

รอบการกระตุ้นไข่เริ่มจากไข่ตั้งต้น (antral follicle) เมื่อกระตุ้นแล้วถุงไข่จะโตจนพร้อมเก็บ เมื่อเก็บไข่ (OPU) ก็จะได้ทั้งไข่สุก (mature eggs; MII) และไข่อ่อน (MI และ GV) ต่อมาเมื่อปฏิสนธิจะพบตัวอ่อนที่ปฏิสนธิปกติ (2PN) และปฏิสนธิผิดปกติ (1PN, 3PN) และเมื่อถึงวันที่ 5 จะได้ตัวอ่อนระยะ blastocyst จะเห็นว่าจำนวนลดลงเรื่อย ๆ ในแต่ละขั้น

ข้อมูลที่ควรทราบ ได้แก่

  1. จำนวนไข่ตั้งต้น (antral follicle count; AFC) ได้จากอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดก่อนเริ่มกระตุ้นไข่
  2. จำนวนถุงไข่ที่มีขนาดอย่างน้อย 12 มม. ณ วันที่ตัดสินให้เก็บไข่
  3. จำนวนไข่ที่เก็บได้ (COC) ณ วันเก็บไข่ (Day 0)
  4. จำนวนไข่สุกที่เก็บได้ (MII) ณ วันเก็บไข่ (Day 0)
  5. จำนวนตัวอ่อนที่ปฏิสนธิปกติ (2PN) วันรุ่งขึ้นหลังเก็บไข่ (Day 1)
  6. จำนวนตัวอ่อนที่พัฒนาถึงระยะ blastocyst (Day 5–6)
  7. จำนวนตัวอ่อนที่ส่งตรวจโครโมโซม (Day 5–6)
  8. จำนวนตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติ (Day 5–6)

เครื่องคำนวณ KPI

ไปคำนวณ KPI ได้ที่ เครื่องคำนวณ KPI หมอเขียนโปรแกรมเอาไว้เรียบร้อย ใส่จำนวนข้างบนแล้วกด calculate ได้ KPI ออกมาเลย พร้อมตัวเลข benchmark ในวงเล็บ

1. % ถุงไข่ที่ตอบสนองต่อการกระตุ้น (เกณฑ์ ≥ 80%)

สูตร: (จำนวนถุงไข่ที่มีขนาดอย่างน้อย 12 มม. ณ วันที่ตัดสินให้เก็บไข่ ÷ จำนวนไข่ตั้งต้น AFC) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • วันที่เริ่มกระตุ้นไข่เหมาะสมหรือไม่
  • ขนาดและชนิดของฮอร์โมนกระตุ้นไข่เหมาะสมหรือไม่
  • ถุงไข่มีตัวรับฮอร์โมนเพียงพอหรือไม่

ตัวอย่างกรณีศึกษา

คนไข้กระตุ้นไข่ มาตรวจติดตามพบว่ามีถุงไข่ใบหนึ่งโตมากกว่าใบอื่น ๆ มาก เช่น 16 มม. ส่วนใบอื่นขนาด 8–9 มม. โดยมักพบว่าเมื่อเก็บไข่ออกมาแล้วคุณภาพไข่มักจะไม่ดี

กรณีนี้เกิดจากวันที่เริ่มฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ช้าเกินไป ถุงไข่รอบนั้นถูกเลือกใบที่จะตก (dominant follicle) ไปแล้ว ทำให้ใบอื่นไม่โต มักพบในคนไข้ที่รอบเดือนสั้นกว่า 28 วัน

2. % ไข่ที่เก็บได้ (เกณฑ์ ≥ 80%)

สูตร: (จำนวนไข่ที่เก็บได้ ÷ จำนวนถุงไข่ที่มีขนาดอย่างน้อย 12 มม. ณ วันที่ตัดสินให้เก็บไข่) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • ความเหมาะสมของจำนวนวันกระตุ้นไข่
  • ความเหมาะสมของชนิดของฮอร์โมนกระตุ้นไข่ตก
  • ความเหมาะสมของระยะเวลาหลังจากกระตุ้นไข่ตกจนเก็บไข่
  • คนไข้ฉีดยากระตุ้นไข่ตกถูกต้องหรือไม่

ตัวอย่างกรณีศึกษา

คนไข้กระตุ้นไข่ พบว่าก่อนกระตุ้นให้ไข่ตกมีจำนวนถุงไข่ขนาดใหญ่ 18 ใบ ได้รับการกระตุ้นให้ไข่ตกด้วย GnRH agonist ปรากฏว่าวันเก็บไข่ เก็บได้ไข่เพียง 5 ใบ เป็นไข่สุก 3 ใบ

สาเหตุอาจเกิดจากการที่คนไข้ไม่มีการหลั่งฮอร์โมน LH เพิ่มขึ้นหลังจากได้ GnRH agonist ทำให้ไม่มีกระบวนการ final maturation ของไข่ ไข่จึงไม่ตกและเก็บได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น (พบในผู้ที่ได้รับ GnRH agonist แล้วไม่มีการหลั่ง LH เพิ่มได้ประมาณร้อยละ 10–15)

3. % ไข่สุก (เกณฑ์ ≥ 80%)

สูตร: (จำนวนไข่สุก MII ÷ จำนวนไข่ที่เก็บได้) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • ความเหมาะสมของชนิดของฮอร์โมนกระตุ้นไข่ตก
  • ความเหมาะสมของระยะเวลาหลังจากกระตุ้นไข่ตกจนเก็บไข่
  • คนไข้ฉีดยากระตุ้นไข่ตกถูกต้องหรือไม่
  • ระยะเวลากระตุ้นไข่นานเหมาะสมหรือไม่

ตัวอย่างกรณีศึกษา

ตอนกระตุ้นมีไข่โตขึ้นจำนวนมาก ตอนเก็บไข่ก็ได้จำนวนไข่มาก แต่ปรากฏว่าไข่ที่เก็บได้เป็นไข่อ่อนมาก ซึ่งเจริญเป็นตัวอ่อนได้ไม่ค่อยดี

สาเหตุเกิดได้จากคนไข้ฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกผิดเวลา ได้รับฮอร์โมนกระตุ้นไข่สั้นหรือยาวนานเกินไป ชนิดหรือขนาดยากระตุ้นการตกไข่ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ถุงไข่ในคนไข้บางรายไข่อาจสุกช้ากว่าคนทั่วไป ดังนั้นหากเก็บไข่ที่ 34–36 ชั่วโมงหลังฉีดยากระตุ้นไข่ตกจะได้ไข่อ่อนเยอะ ต้องเก็บไข่ให้ช้าลง บางรายอาจสุกที่ 40 ชั่วโมงหลังกระตุ้นให้ไข่ตก

4. % ปฏิสนธิปกติ (เกณฑ์ ≥ 70%)

สูตร: (จำนวนตัวอ่อนที่ปฏิสนธิปกติ 2PN ÷ จำนวนไข่สุก MII) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • คุณภาพเซลล์ไข่ (โครโมโซมปกติหรือไม่)
  • คุณภาพอสุจิ (โครโมโซมและความสามารถในการปฏิสนธิ)
  • ฝีมือนักวิทย์ที่ทำ ICSI (ต้องทำ ICSI รวดเร็ว แม่นยำ ไข่ไม่เสียหาย)

การปฏิสนธิของไข่ตรวจสอบได้จากการเห็น pronuclear ซึ่งเป็นส่วนที่มีโครโมโซมที่ได้มาจากไข่ 1 ชุด และจากอสุจิ 1 ชุด คือมี 2 pronuclear (2PN) ส่วนไข่ที่ปฏิสนธิผิดปกติ อาจไม่พบ PN, มี 1PN หรือ 3PN โดยเฉพาะ 3PN หมายถึงการที่มีโครโมโซมเกินมา 1 ชุด หรือมีโครโมโซมทั้งหมด 3 ชุด ความผิดปกติอาจเป็นได้ทั้งการไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นเลย (total fertilization failure) หรือการมี 1PN หรือ 3PN

5. % ตัวอ่อนไปถึงระยะ blastocyst (เกณฑ์ ≥ 60%)

สูตร: (จำนวน blastocyst day 5 + day 6 ÷ จำนวนตัวอ่อนที่ปฏิสนธิปกติ 2PN) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • สภาวะแวดล้อมในห้องแลป (อากาศสะอาด ออกซิเจนต่ำ ฯลฯ)
  • ฝีมือนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน
  • คุณภาพสูตรฮอร์โมนกระตุ้นโดยรวม
  • คุณภาพไข่
  • การทำงานที่ปกติของยีนของตัวอ่อน

มีคนไข้ 10–15% ที่เลี้ยงตัวอ่อนยังไงก็ไปไม่ถึง blastocyst เพราะการพัฒนาถึง blastocyst ได้ ตัวอ่อนต้องมีการทำงานของยีนเพื่อสร้างสารอาหารและพลังงาน

6. % blastocyst ที่โครโมโซมปกติ (เกณฑ์ ≥ 50%)

สูตร: (จำนวนตัวอ่อน euploid ÷ จำนวนตัวอ่อนที่ส่งตรวจ) × 100

ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกอะไร

  • คุณภาพไข่และอสุจิ และอายุของผู้หญิง
  • การดูแลเซลล์ไข่และอสุจิตั้งแต่ตอนเก็บไข่
  • การดูแลตัวอ่อนในห้องแลป
  • เทคนิคการตัดเซลล์ตัวอ่อนไปตรวจ

ผู้หญิงอายุมากขึ้น เซลล์ไข่ก็จะมีสัดส่วนผิดปกติมากขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยีการตัดเซลล์ตัวอ่อนไปตรวจและเทคโนโลยีการตรวจโครโมโซมก็มีส่วนทำให้ผลผิดปกติได้

คำนวณแล้วเป็นยังไงบ้าง

ใครคำนวณของตัวเองแล้วเป็นยังไงบ้าง มาให้หมอช่วยดูก็ได้นะครับ จะได้เข้าใจและแก้ปัญหาได้ตรงจุดในรอบต่อ ๆ ไป อุ้มลูกไว ๆ สมใจไปเลย — นัดหมายออนไลน์ หรือดูคลิปอธิบายที่ YouTube

เกณฑ์ที่ใช้เป็น benchmark นี้หมอไม่ได้คิดขึ้นมาเองนะครับ มันมีมาตรฐาน KPI เกณฑ์เหล่านี้อยู่ที่เป็นเกณฑ์สากล เช่น The Vienna consensus: report of an expert meeting on the development of ART laboratory performance indicators (2017)

เอกสารอ้างอิง

  1. ESHRE Special Interest Group of Embryology and Alpha Scientists in Reproductive Medicine. The Vienna consensus: report of an expert meeting on the development of ART laboratory performance indicators. Reprod Biomed Online. 2017 Nov;35(5):494-510. doi:10.1016/j.rbmo.2017.06.015