LIFE by Dr. Pat

ประวัติการตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์

กว่าจะมาเป็นที่ตรวจการตั้งครรภ์ที่รอแค่ 5-10 นาที ผู้หญิงสมัยก่อนผ่านอะไรมาบ้าง?

← กลับไปหน้าบทความ

เชื่อว่าคนไข้ที่อ่านบทความนี้อยู่ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ในการใช้แผ่นตรวจการตั้งครรภ์จากปัสสาวะกันมาแล้ว (Urinary pregnancy test; UPT) แต่รู้ไหมว่ากว่าจะเป็นแผ่นสำเร็จรูปที่ตรวจได้ผลภายในเวลาอันรวดเร็ว ประวัติศาสตร์มนุษยชาติใช้อะไรตรวจการตั้งครรภ์บ้าง ตามหมอมาดูกันครับ

ยุคก่อนที่โลกจะรู้จักฮอร์โมน

อียิปต์โบราณ: ฉี่ใส่เมล็ดข้าว

สมัยอียิปต์โบราณ ผู้หญิงจะฉี่ใส่ข้าวสาลีกับข้าวบาร์เล่ย์ แล้วรอดูว่าเมล็ดไหนงอก

  • ข้าวสาลีงอก — พยากรณ์ว่าได้ลูกสาว
  • ข้าวบาร์เล่ย์งอก — พยากรณ์ว่าได้ลูกชาย
  • ถ้าไม่มีอะไรงอกเลย — ก็แปลว่าไม่ท้อง

เสียจัยจัง

ศตวรรษที่ 10: ราดกำมะถันลงในปัสสาวะ

สาวชาว Avicenna (Uzbekistan ปัจจุบัน) ในศตวรรษที่ 10 ทดสอบการตั้งครรภ์โดยราด sulfur (กำมะถัน) ลงไปในปัสสาวะ หากเกิดปฏิกิริยาเหมือนตัวหนอน แสดงว่าท้อง

ยุโรปศตวรรษที่ 16: อาชีพ “โหราพยากรณ์ฉี่”

ยุโรปในศตวรรษที่ 16 มีอาชีพ “โหราพยากรณ์ฉี่” เป็นหมอดูผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูปัสสาวะว่าท้องหรือไม่ท้อง เหมือนพยากรณ์จากใบชา ดูไพ่ อย่างไรอย่างนั้น เจ๋งงงงง

เมื่อวิทยาศาสตร์เข้ามาแทนคำทำนาย

ไทม์ไลน์: จากคำว่า “ฮอร์โมน” สู่แผ่นตรวจสำเร็จรูป
ปีเกิดอะไรขึ้น
1905มีการบัญญัติคำว่า “ฮอร์โมน”
1920ค้นพบว่าฮอร์โมนที่บ่งบอกว่ามีการตั้งครรภ์คือ hCG
1927มีการทดสอบการตั้งครรภ์โดยฉีดปัสสาวะของหญิงที่สงสัยว่าจะท้องเข้าไปในหนู กระต่าย และกบ แล้วเชือดเพื่อดูว่าสัตว์เหล่านี้ติดสัดหรือไม่ ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์
1960เริ่มมีการพัฒนาการตรวจด้วย immunoassay ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของการตรวจปัจจุบัน (แต่คนไข้ก็ยังต้องมาหาหมอเพื่อตรวจอยู่นะ)
1970’sมีนวัตกรรมเรื่อยมาจนถึงยุค 1970 จึงเริ่มมีที่ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะด้วยตนเองที่บ้าน

โหดมาก

กว่าจะรู้ว่าท้องหรือไม่ท้องในปี 1927 ต้องแลกด้วยชีวิตของหนู กระต่าย และกบ แล้วยังต้องรอผลนานถึง 2 สัปดาห์

Predictor: ชุดตรวจเองชุดแรก

ชุดตรวจชุดแรกชื่อว่า Predictor ขายในราคา 10 USD

วิธีใช้ก็แค่ฉี่ลงไปผสมกับน้ำยาในหลอดทดลอง ทิ้งไว้แค่ 2 ชั่วโมง! แล้วมาอ่านผล ถ้าท้องจะมองเห็นวงสีแดงสะท้อนในกระจกด้านล่าง

ราคาของประวัติศาสตร์

มีการเอา Predictor รุ่นแรกมาประมูล ปรากฏว่าถูกเคาะราคาขายไปในราคา 11,875 USD (ประมาณ 4 แสนบาท)

มีใครอยากลองใช้ไหมจ้ะ?